วันจันทร์, ตุลาคม 26, 2026
Thailand Go super Series
หน้าแรก เกร็ดความรู้หมากล้อม ล้วงความลับครูสอบ Verify ทำยังไงถึงจะได้เป็นดั้ง

ล้วงความลับครูสอบ Verify ทำยังไงถึงจะได้เป็นดั้ง

1643

ล้วงความลับครูสอบ Verify ทำยังไงถึงจะได้เป็นดั้ง

ในการสอบวัดระดับ รุ่นที่สอบผ่านยากและเรียกได้ว่าโหดที่สุด ก็คือรุ่นดั้ง หลายๆ คนอยากจะก้าวข้ามกำแพงนี้ขึ้นไป แต่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าติดอะไรสักอย่าง วันนี้เราเลยชวนครูหมากล้อมที่มีประสบการณ์สอบ Verify มาอย่างยาวนานอย่างครูกอล์ฟ กมล สันติพจนา (5 ดั้ง) มาร่วมพูดคุย วิเคราะห์ปัญหา และแนะนำแนวทางการเตรียมตัวก่อนสอบดั้งมาฝากกัน

Q : ปัญหาที่พบเจอบ่อยๆ ของคนมาสอบที่ทำให้ไม่ผ่านคืออะไรบ้าง

A : ถ้ามองแบบภาพรวม สิ่งที่จะทำให้สอบดั้งผ่านมีอยู่ 4 อย่าง ได้แก่ พื้นฐานความรู้ / เทคนิคการเล่น, ทักษะการอ่านหมาก, แนวคิดในการเล่น คอนเซ็ปต์ต่าง ๆ และสุดท้ายสภาพร่างกายและจิตใจ

ทั้ง 4 อย่างนี้มีผลทั้งหมดเลยต่อการสอบ แต่ที่อยากจะพูดก็คือว่า ในเรื่องพื้นฐานความรู้ อย่างเช่น สูตรมุม การเล่นในช่วงกลางเกม การโจมตี การบุก หรือการเล่นในช่วงปิดเกม ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ก็คือ ช่วงเปิดเกมส่วนใหญ่คนที่มาสอบก็จะจำรูปมา จำรูปของโปรมาเล่นแต่ไม่ได้เข้าใจว่าเขาเล่นเพื่ออะไร คือบางทีโจเซกิหรือว่าอะไรต่างๆ ที่เล่นอาจจะไม่ได้ดีเสมอไปก็ได้ ในบางสถานการณ์มันก็อาจจะมีเม็ดที่ดีกว่า ถ้าหากเราเข้าใจเราก็จะตัดสินใจเลือกเองได้ นอกจากการจำ เพราะเรากำลังจะมาถึงในระดับดั้ง เป็นระดับที่มีความรู้ มีประสบการณ์แล้ว มันเหลือแค่ว่าจะเอาไปใช้ยังไง เอาไปเล่นต่อยังไง

ในการสอบ (กับ 5 ดั้ง) ก็จะมีหมากต่อที่จุดดาวอยู่แล้ว 4 เม็ด มันก็ไม่ค่อยมีรูปที่ซับซ้อนอะไรมาก ก็เป็นรูปโจเซกิปกติพื้นฐาน ซึ่งตรงนี้คนที่สอบดั้งเขาก็เรียนรู้กันมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องสูตรมุมก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่

ต่อมาคือช่วงกลางเกม ตรงนี้แหละจะเริ่มมีปัญหาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอ่านหมาก เรื่องรูปร่างหมากที่ไม่ค่อยดี และอีกเรื่องก็คือช่วงปิดเกม คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเรียนเรื่องปิดเกมกัน

Q : เท่าที่เห็น ส่วนมากก็มักจะแพ้ช่วงปิดเกมกัน เป็นเพราะอะไร

A : ใช่ คือตอนเปิดเกม มันก็ประคองไปได้อยู่แล้วถูกมั้ย กลางเกมก็ทนๆ ไปหน่อย คืออาจจะมีขาดทุนบ้าง แต่ก็อาจจะนำอยู่ 5-10 แต้ม แต่ทีนี้สิ่งที่ตัดสินก็คือช่วงปิดเกมเลย คือมันไม่ได้ยากแต่เหมือนมันเป็นความรู้มากกว่า คือปกติตอนสอบคนส่วนใหญ่มักจะเดินรับทุกเม็ดเลย เพราะรู้สึกว่าครูที่มาสอบเขาฝีมือสูงกว่า เขาเดินอะไรมาเราก็รับหมด เพราะฉะนั้นแต้มมันก็จะลดไปเรื่อยๆ หายไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็แพ้ ซึ่งการเดินปิดเกมมันก็เป็นอะไรที่สำคัญมากเหมือนกัน

Q : มันเป็นความกลัวด้วยหรือเปล่า ว่าเขาเป็นไฮดั้ง หมากที่เขาเดินนั้นน่ากลัวจังเลย

A : ใช่ๆ รู้สึกว่าต้องรับทุกเม็ดเลย แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ต้องรับก็ได้ จริงๆ แล้วพื้นฐานของการปิดเกม เม็ดปิดเกมที่มันใหญ่จะมีอยู่หลายๆ เม็ดใช่มั้ย มีหลายชอยส์ มีหลายตัวเลือก สมมติว่ามีอยู่ 4 จุด ครูสอบเล่นเม็ดใหญ่ไป 1 จุด เราก็ควรเล่นจุดที่ 2 ถูกมั้ย แล้วก็สลับกันไปอีกคนละจุด ก็จะเท่าๆ กัน แต่ในความเป็นจริงก็คือ พอครูสอบเดินจุดใหญ่เม็ดแรก เราก็รับ เดินจุดใหญ่เม็ดที่ 2 เราก็รับ เม็ดที่ 3 ก็รับ เม็ดที่ 4 ก็ยังรับอีก สุดท้ายเราไม่ได้เดินจุดใหญ่สักเม็ดเลย ก็เลยทำให้แต้มไม่พอ และแพ้ไป

Q : อันนี้สังเกตเห็นเยอะมาก หลายๆ คนเป็นแชมป์ไฮคิวมาก็เยอะ หรือชนะดั้งได้ก็มี แต่ทำไมถึงยังสอบดั้งไม่ผ่านสักที

A : อย่างที่บอกไปตอนแรก 4 เรื่องสำคัญ พื้นฐานความรู้ เปิดเกม กลางเกม โอเคแล้ว ก็คือผ่านในข้อแรก เรื่องต่อมาคืออ่านหมาก อย่าง 1 ดั้ง ไม่จำเป็นต้องอ่านหมากได้ถึง 20 ตาก็ได้ จริงๆ อ่านประมาณ 10 ตาได้ก็โอเคแล้ว อ่านหมาก life & death ณ ตอนนั้นได้ก็โอเคแล้ว แต่ที่สำคัญที่สุดคือแนวคิดในการเล่น เป็นเรื่องของ mindset

คนที่เป็นคิว ถ้าสอบผ่านดั้งมาได้แล้วจะรู้ว่าแนวคิดบางอย่าง การมองภาพรวมของเกม หรือการตัดสินใจบางอย่างของเราจะเปลี่ยนไป คนที่เป็นคิวส่วนใหญ่จะชินกับการจับกิน ชินกับการต่อสู้เป็นกลุ่มเล็กๆ เพราะฉะนั้นเขาก็จะทุ่มทรัพยากร ทุ่มเม็ดหมากลงไปที่จะกิน หรือเพื่อจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งอย่างเช่นการโจมตีที่รุนแรง ฯลฯ แต่บางครั้งก็ทำให้ขาดเรื่องการมองภาพรวม ซึ่งส่งผลให้แพ้ไปในกระดานนั้น

แต่มันก็มีอยู่ 2 สายนะ คือเดินหมาก aggressive เกินไป ก้าวร้าวเกินไป รุนแรงเกินไป ก็มีปัญหาเรื่องแผลตัดอะไรตามมาทีหลัง กับแบบที่ 2 คือเดินหมาก passive เกินไป กลัวเกินไปทำให้เราขาดทุน เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้สมดุลระหว่าง 2 อย่างนี้ให้เท่าๆ กัน

Q : สมมติให้เลือก mindset สำคัญ 1 ข้อที่คนสอบผ่านควรต้องมี คืออะไร

A : หมากล้อมไม่ต้องเล่นรูปยาก หรือรูปที่มันรุนแรงก็ได้ คือเล่นให้มันสมดุลระหว่างพื้นที่กับอิทธิพล พยายามประคองทั้งสองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เกมของเราก็จะได้เปรียบไปเรื่อยๆ เพราะว่าเรามีหมากต่ออยู่แล้วตั้ง 4 เม็ด เราไม่ต้องทำอะไรที่มันซับซ้อนเกินไป มันก็จะไม่เกิดสถานการณ์ที่วุ่นวาย บางครั้งเราทุ่มเทไปที่การสู้เยอะไปแล้วสุดท้ายโดนจับกิน เกมนั้นมันก็เล่นยากแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องเดินรับเกินไป รับเท่าที่ควรรับ อะไรที่ทิ้งได้ก็ทิ้ง มันก็จะทำให้เราเล่นได้ดีขึ้น

ก็คือไม่ต้องกลัว แต่ก็ไม่ต้องดุมาก บางคนอาจจะคิดว่าเรามีหมากอยู่ก่อนตั้ง 4 เม็ด เราต้องกินเขาให้ได้ อะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้บอกนะว่าทำแบบนั้นไม่ได้ เป็นแค่คำแนะนำเฉยๆ ว่าเราควรเล่นให้มันสมดุล แต่ถ้าหากเราอ่านหมากเก่งมากจริงๆ เราอาจจะทำแบบนั้นก็ได้ จะเดินสู้แบบรุนแรงแล้วตัดสินไปเลยก็ได้ ถ้ากินได้เราก็ชนะ แบบนั้นก็ได้เหมือนกัน

Q : เคยไหมที่เล่นไปสักพักแล้วรู้สึกเลยว่าคนนี้ยังไงก็ผ่าน

A : มีนะ มองในมุมของครูสอบมันจะกดดันมากๆ ตอนช่วงเปิดเกมกับกลางเกม เพราะสถานการณ์มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับสีขาวอยู่แล้ว หมากต่อมันกดดันเรามาก เราก็ลองเทสต์ไปก่อนว่าเล่นแบบนี้เขาจะรับมายังไง คือจริงๆ การเล่นหมากต่อ ถ้าหมากดำไม่เพลี่ยงพล้ำหรือพลาดเอง โอกาสแพ้น้อยมาก ฝ่ายสีขาวต้องรอให้สีดำพลาดจริงๆ ถึงจะมีโอกาส คือจริงๆ หมากบางเม็ดไม่สามารถเดินได้ แต่หมากดำทำให้มันอ่อนแอหรือทำให้ตัวเองเสียเปรียบเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราเดินแข็งแรง ป้องกันได้ดี หรือชิงจังหวะได้ดี เราก็จะประคองเกมได้ดีมาก

Q : ส่วนมากจะเล่นจนจบมั้ย หรือว่าถ้ามีโอกาสผ่านก็ให้ผ่านเลย

A : ถ้าแต้มตามก็จะยอม แต่ต้องเป็นเกมที่ไม่มีโอกาสพลิกแล้วนะ หรือไม่พอจริงๆ ก็อาจจะเทสต์อีกสักทีว่าเป็นยังไง พอจะเล่นต่อได้มั้ย ถ้าเล่นต่อไม่ได้ก็อาจจะยอมแล้ว

Q: แล้วระหว่างสอบ Verify กับไฮดั้งและเหล่าซือสุจินต์ต่างกันยังไง

A : การสอบกับเหล่าซือ ได้หมากต่อเยอะขึ้น (8 เม็ด) ก็จริง ในความรู้สึกมันก็เหมือนกับว่าเราสอบ 8 คิวใช่มั้ย เรามีเม็ดเยอะก็จริงแต่ก็ต้องแลกกับการที่เขาเดินโจมตีและมีความรู้เรื่อง life&death ที่ดีมากๆ ถ้าโดยส่วนตัวแล้วจะชอบเล่นเม็ดต่อเยอะๆ มากกว่า เพราะว่าสุดท้ายผลลัพธ์มันอยู่ที่เรา ถ้าเกิดว่าเราสามารถประคองเกมไปได้ สามารถเดินเม็ดที่ถูกต้อง ณ เวลานั้นไปได้เรื่อยๆ เราก็มีโอกาสชนะ เว้นแต่ว่าเราไปผลีผลาม ไปสู้แล้วตายกลุ่มใหญ่ มันก็จบ

แต่เรื่องความยากนี่พูดยากนะ เพราะว่าเขาเก่งกว่า 5 ดั้งเยอะ แต่ว่าเม็ดต่อมันก็เพิ่มขึ้นเยอะตามไปด้วย มันก็อาจจะใกล้เคียงกัน แต่ตอนที่เราเล่นกับเหล่าซือสุจินต์จะรู้สึกว่ามันกดดันมาก เพราะว่าทุกเม็ดที่เขาเดินมาเราน่าจะต้องรับเกือบ 100% เลย ถ้าไม่รับก็จะโดนปัญหาอะไรตามมาเยอะเลย เพราะเราไม่เห็นเม็ดต่อๆ ไปหลังจากนั้นเลย คือเขาอ่านไปได้ไกลมาก เพราะฉะนั้นมันอาจจะพลาดไปตรงที่หมากบางเม็ดเราคิดว่าไม่ต้องรับก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเม็ดนี้มันมีปัญหาอยู่

Q: ถ้าหากว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนจะสอบ ควรเตรียมตัวยังไงดี

A : สิ่งที่ต้องทำก็คือทำโจทย์ทุกๆ วันอยู่แล้ว แต่ถ้าหากใกล้ๆ สอบก็อยากให้เตรียมตัวเรื่องเทคนิคการเล่น การเล่นปิดเกม เทคนิคการบุกต่างๆ รวมไปถึงทบทวนสูตรมุมจุดดาวก็มีไม่เยอะหรอก แล้วก็ดูรูปใหม่ๆ ด้วยที่เขาเล่นกัน อีกอย่างคือเรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจ เราต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย อย่าไปโหมทุ่มก่อนสอบวันเดียว คืนเดียว ทำโจทย์รัวๆ แบบไม่นอนแล้วไปสอบเลย ร่างกายอาจจะรับไม่ไหว เราก็ทำโจทย์ ซ้อมเล่น ทบทวนความรู้ไปเลย แต่สองวันสุดท้ายก่อนสอบก็พักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย

Q : มีอะไรอยากจะฝากถึงคนที่จะสอบดั้งในงานสอบวัดระดับที่จะถึงนี้หรือคนที่จะสอบดั้งในอนาคตมั้ยครับ

A : จริงๆ เรื่องนี้อยากพูด คือมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับโกะโดยตรงนะ คือเคยมีผู้ใหญ่พูดเอาไว้ การสอบผ่าน 1 ดั้งมันเป็นเพียงประตูแรก เปรียบเหมือนกับเราเรียนจบปริญญาตรี คือตอนที่เราเป็นเด็ก การเรียนจบมหาวิทยาลัยเป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเพียงก้าวแรกสู่โลกของการทำงานเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็อย่าไปยึดติดกับการเป็น 1 ดั้ง คือมันก็เป็นแค่ประตูหนึ่งที่เราจะผ่านเข้าไป สุดท้ายพอเป็น 1 ดั้งแล้วเราก็ต้องพัฒนาตัวเองต่อไปอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้โฟกัสว่าต้องผ่าน 1 ดั้ง หรือว่าสอบไม่ผ่านเลยรู้สึกท้อแท้ เฟล คือบางคนอาจจะสอบไม่ผ่าน แต่ว่าฝีมือถึงหรือเกินไปแล้วก็ได้

แล้วก็เคยได้ยินคนพูดมาเหมือนกัน เขาบอกว่ามีเด็ก 2 คน มีอยู่คนนึงเก่งกว่า แต่สอบดั้งไม่ผ่าน อีกคนนึงอ่อนกว่า เวลาแข่งกับเด็กคนแรกก็แพ้ตลอด แต่กลับสอบผ่าน คือไม่อยากให้มองอย่างนั้น อยากให้มองว่า ณ เวลานั้นเราทำได้ดีหรือเปล่า มันเป็นเรื่องของจังหวะและหลายๆ อย่างมาประกอบกัน คือมันไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าเราเรียนมาแบบนี้ แล้วเราจะสอบผ่าน 1 ดั้งได้เลยทันที มันอยู่ที่ว่า ณ ตอนนั้นเราสามารถทำได้ดีแค่ไหน หรือว่าตอนนั้นเราสามารถควบคุมจิตใจได้ดีหรือเปล่า

ในที่ 4 ข้อที่บอกไป เรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจก็สำคัญ ถ้าเราป่วย หรือ ณ ตอนนั้นมีเรื่องที่ต้องให้คิด ให้เครียด ก็อาจจะทำให้เขวหรือไม่มีสมาธิได้ หรือบางอย่างตอนเล่นเรามีอารมณ์เข้ามา โลภ โกรธ อะไรต่างๆ มันก็ทำให้หมากที่เราเล่นมันไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงที่จะควรเล่นได้จริงๆ ก็ต้องควบคุมอารมณ์ด้วย หลายๆ อย่างประกอบกัน คือสุดท้ายเราควรฝึกฝนเพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ เราควรทำอะไร ซึ่งไม่ได้บอกว่าทางไหนดีที่สุด มันก็มีหลายทางเลือก แต่ทางเลือกไหนล่ะที่เราทำได้ดีมากกว่ากัน ก็อยากให้เล่นในสไตล์ของตัวเองแล้วก็ไม่ฝืนธรรมชาติของหมากจนเกินไป สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีในการสอบนะครับ

ที่มา Thai Go Alumni – TGA

บทความก่อนหน้านี้ไม่มีใครทำร้ายเราได้ เรานั่นแหละที่เป็นคนทำตัวเอง
บทความถัดไปก็แค่วางหมากกลับไปเท่านั้นเอง
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.