เกร็ดความรู้หมากล้อม

หมากล้อมจีนสมัยใหม่

พอเข้าถึงสมัยใหม่ หมากล้อมในญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หมากล้อมในจีนค่อยๆถูกญี่ปุ่นแซงหน้า สมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย นักหมากล้อมจีนและญี่ปุ่นมีฝีมือที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก  เมื่อได้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้น  ภายใต้การสนับสนุนของนายพลเฉินอี้ (Chen Yi Marshal)  หมากล้อมก็ได้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง บุคคลสำคัญที่มีส่วนมำให้หมากล้อมในจีนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ได้แก่ เฉินจู่เต๋อ(Chen Zude) เนี่ยเว่ยผิง(Nie Weiping) หม่าเสี่ยวชุน(Ma Xiaochun) ยวี๋ปิน(YuBin) ฉางเฮ่า(Chang Hao) กู่ลี่(Gu Li) เป็นต้น  เฉินจู่เต๋อ 9 ดั้ง ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นหมากล้อมในจีนกลับมา และได้ร่วมวิจัยสร้างรูปแบบการเปิดหมากแบบสามดาวจีนขึ้นมา  เนี่ยเว่ยผิง 9ดั้ง เป็นเหมือนตัวแทนของหมากล้อมจีนเลย เป็นปรมาจารย์หมากล้อมแห่งยุคสมัย เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ทำให้หมากล้อมในจีนกลับมาบูมอีกครั้งหลังจากที่เขาแข่งศึกลุยไถจีน – ญี่ปุ่น แล้วเก็บชัยชนะ 11 กระดานรวด  ในสมัยนั้น เนี่ยเว่ยผิงถือเป็นวีรบุรุษแห่งแผ่นดินจีนเลยทีเดียว และเป็นเหตุให้ชาวจีนหันมาศึกษาหมากล้อมกันอย่างคลั่งไคล้และทำให้หมากล้อมจีนกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งหนึ่ง

หมากล้อมในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง

ในสมัยราชวงศ์หมิง กั้วไป่หลิง(过百龄,Guo Bailing) ยอดฝีมือหมากล้อมแห่งยุคหมิง ได้แต่งตำราหมากล้อมชื่อ “กวานจื่อผู่” (官子谱, Guanzi Pu) เป็นตำราหมากล้อมคลาสสิกอีกเล่มหนึ่ง เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับเทคนิคการปิดเกมและรวบรวมหมากเด็ดต่างๆ นอกจากนี้ยังได้แต่งตำราหมากล้อมอีกสองเล่มสำคัญ ได้แก่ ซานจื่อผู่(三子谱, Sanzi Pu) และซื่อจื่อผู่(四子谱, Sizi Pu)

หมากล้อมในยุคสมัยราชวงศ์ถังซ่งและหยวน

ในสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง หมากล้อมถือเป็นสมัยที่สองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากบรรดาจักรพรรดิต่างชื่นชอบและเหตุผลอื่นๆ หมากล้อมได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ความนิยมเล่นหมากล้อมแผ่ขยายไปทั่วหล้า ในสมัยนี้ หมากล้อมไม่ได้มีประโยชน์แต่เพียงการสงคราม แต่คุณค่าสำคัญคือมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิด ให้ความเพลิดเพลินและเพิ่มพูนสติปัญญา  ผู้คนถือว่าการเดินหมากล้อม เล่นดนตรี แต่งบทกวี และการวาดภาพเป็นของที่สูงส่ง กลายมาเป็นเกมการละเล่นของผู้คนทุกเพศทุกวัย

หมากล้อมในยุคสมัยก่อนราชวงศ์ถัง

สมัยชุนชิวถึงสมัยสองฮั่น หมากล้อมค่อยๆแพร่หลาย

สมัยสามก๊ก หมากล้อมมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

สมัยสองจิ้น หมากล้อมปราชญ์ปัญญาชน

สมัยราชวงศ์เหนือและใต้ หมากล้อมเฟื่องฟูอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

สมัยสุยถัง หมากล้อมกับจินตกวี

สมัยอู่ไต้ หมากล้อมในหมู่ผู้คนยากไร้

หวาง หลงซื่อ นักหมากล้อมอัจฉริยะ

หวาง คือยอดฝีมือหมากล้อมแห่งยุคจีนโบราณ(ค.ศ 1650) เขาได้รับตำแหน่งกั๋วโช่วซึ่งเทียบได้กับตำแหน่งกุ๊กซูของยุคปัจจุบันในขณะที่มีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

สไตล์การเดินหมากของหวางนั้นถือได้ว่าเป็นแบบแผนของหมากล้อมในยุคต่อๆมา แต่เดิมการเดินหมากของยุคจีนโบราณนั้นมีระบบการหักแต้มถ้าหากปล่อยให้หมากฝั่งตรงข้ามนั้นสร้างห้องได้ซึ่งกฎนี้ได้ถูกยกเลิกไปในยุคต่อมา ทางหมากในยุคสมัยจีนโบราณจึงเน้นที่การเปิดฉากการต่อสู้อย่างรวดเร็วและซับซ้อน แต่สำหรับหวางนั้นชอบที่จะเดินหมากเน้นอิทธิพลกลางกระดาน โดยใช้หมากที่เข้าใจง่ายโจมตีและบีบบังคับหมากของคู่ต่อสู้ให้อยู่ในรูปร่างที่ไม่ดีพร้อมกับค้ากำไรพื้นที่ไปเรื่อยๆแทนที่จะคิดใช้อิทธิพลไล่จับกินกลุ่มหมากอย่างเดียว ทว่าหากคู่ต่อสู้เดินหมากผิดพลาด หวางก็สามารถปล่อยหมากเด็ดที่คาดไม่ถึงเพื่อบดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำเช่นกัน

ทูตจีน แนะทหารมะกันเล่นโกะ

          นายเดวิด ไหล  นัการทูตจีน  ที่ลี้ภัยไปอยู่สหรัสอเมริกา หลังเหตุการณ์ นองเลือดที่จตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 2532  และปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่วิทนาลัยสงครามกองทัพอากาศประจำฐานทัพอากาศแม็กซ์เวลล์  ในรัฐอัลบามา ได้ให้ข้อคิดว่า “การศึกษาหมากล้อม (โกะ) ซึ่งเป็นหมากโบราณของจีนที่มีอายุร่วม 3000-4000 ปี จะช่วยให้ทหารอเมริกัน สะท้อนปัชญารวมถึงการวางกลยุทธ์ต่างๆ ของชาวมังกรออกมา

ต้นกำเนิดหมากล้อม

หมากล้อมมีต้นกำเนิดจากประเทศจีน ชื่อภาษาจีนของหมากล้อม คือ เหวยฉี (围棋, Weiqi) คนจีนสมัยโบราณเรียกหมากล้อมว่า “อี้” (弈, Yi)  หมากล้อมถือเป็นหมากระดานที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มหมากกระดานสมัยโบราณทุกชนิด มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปีแล้ว  จากในบันทึก “ซื่อเปิ่น” กล่าวว่า จักรพรรดิเหยา (尧, Yao Emperor, 2357-2255 BC) เป็นผู้คิดค้นหมากล้อมขึ้นมา กล่าวว่ารัชทายาทของจักรพรรดิเหยานามว่าตันจู (丹朱, Danzhu)มีสติปัญญาไม่ฉลาด จักรพรรดิเหยาจึงสร้างหมากล้อมขึ้นมาเพื่อสอนรัชทายาทตันจู

เทคนิคการพัฒนาฝีมือการเล่นหมากล้อม

การฝึกฝนเพื่อที่จะทำให้สามารถเล่นหมากล้อมได้ดีขึ้นนั้นสามารถทำได้ 4 วิธี

1.ฝึกเล่นในกระดานจริง
การฝึกเล่นในกระดานจริงนั้นจะทำให้นักหมากล้อมได้นำความรุ้ที่ตนได้เรียนมาสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงการทดลองสิ่งใหม่ๆซึ่งจะทำให้สามารถเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตนเองได้ชัดเจน การเล่นหมากล้อมที่ดีนั้นควรที่จะเล่นอย่างตั้งใจและใช้เวลาในการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงจะเกิดประโยชน์จากกระบวนการคิดในการเล่นจริง มิใช่การเล่นอย่างสนุกสนานโดยขาดความละเอียดรอบคอบซึ่งจะทำให้นักหมากล้อมไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเล่นหมากกระดานนั้นเลย

มารยาทในการเล่นหมากล้อม (ญี่ปุ่น)

สวัสดีคะ วันนี้เปาก็อยากจะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการเล่นหมากล้อมอย่างถูกต้องมาฝากผู้อ่านกัน เปาได้มีโอกาสได้ไปเล่นหมากล้อมที่ประเทศญี่ปุ่น ได้สัมผัสกับความมีระเบียบวินัยและมารยาทของคนญี่ปุ่น เพื่อนคนญี่ปุ่นของเปาถึงขนาดกล่าวว่า ฝีมือของนักเล่นหมากล้อมญี่ปุ่นไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่หนึ่งของโลก (ก็มีทั้งจีนและเกาหลีที่อยุ่ในระดับทัดเทียมกัน) แต่เราสามารถพูดได้เต็มปากว่ามารยาทในการเล่นของเราเป็นที่หนึ่ง วันนี้เรามาลองดูกันนะคะว่ามารยาทของเค้าจะแตกต่างจากที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้มั้ย ถ้าเรารู้ว่าที่เราทำอยู่มันผิด เราก็มาช่วยเปลี่ยนแปลงกันเถอะคะ

บัญญัติ 10 ประการของหมากล้อม

1. “เล่น มุม ข้าง กลาง ตามลำดับ”
การเดินหมากนั้นควรเดินจากบริเวณมุมก่อนเนื่องจากเป็นบริเวณที่สามารถล้อมพื้นที่ได้ง่ายที่สุด หลังจากนั้นจึงค่อยขยายไปยึดบริเวณด้านข้างกระดาน และกลางกระดานซึ่งล้อมพื้นที่ได้ยากขึ้นตามลำดับ

2. “เล่นให้ได้ผลสองเท่าทุกครั้งที่มีโอกาส”
การฝึกและวางแผนที่จะเดินหมากให้ได้ผลหลายๆด้านพร้อมกันนั้นย่อมหมายถึงการใช้หมากแต่ละเม็ดให้มีประโยชน์สูงสุดดังนั้นนักหมากล้อมควรพยายามเดินหมากให้ได้ผลมากกว่าสองเท่าอยู่ตลอดเวลา